“นิ้วล็อก” รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัดเสมอไป!
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มมีอาการนิ้วล็อกกันมากยิ่งขึ้น เพราะมีการใช้โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต รวมทั้งการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์งานอยู่ในทุก ๆ วัน ซึ่งหากเราใช้มือเป็นเวลานาน ๆ ด้วยท่าเดิมอยู่ซ้ำ ๆ จะทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อกนั่นเอง ซึ่งโรคนี้จะถือเป็นกลุ่มอาการเดียวกับโรคออฟฟิศซินโดรมเช่นกัน เพราะเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับกระดูก และกล้ามเนื้อ ที่แม้ว่าอาการจะไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก แต่จะเกิดความทุกข์ทรมานกับผู้ป่วยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ไขข้อสงสัย “นิ้วล็อก” คืออะไร
นิ้วล็อกจะเป็นหนึ่งโรคที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของเส้นเอ็น และปลอกหุ้มเส้นเอ็น ที่จะใช้ในการงอและเหยียดข้อนิ้วมือ หากใครที่เป็นโรคนิ้วล็อตจะไม่สามารถงอหรือเหยียดนิ้วมือได้ปกติ ซึ่งนิ้วล็อตสามารถเป็นได้ทั้งนิ้วเดียวหรือหลายนิ้วได้เช่นกัน ทั้งนี้ยังสามารถพบเห็นได้บ่อย เนื่องจากมือจะเป็นอวัยวะที่ใช้ในการทำงานอยู่เป็นประจำ แต่หากนิ้วล็อกเมื่อไหร่ นอกจากจะทำให้ขยับนิ้วได้อย่างยากลำบากแล้ว ยังก่อให้เกิดอาการปวดร้าวได้อีกด้วย
สาเหตุการเกิดนิ้วล็อกที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม
หากใครที่ถามถึงสาเหตุของการเกิดนิ้วล็อกนั้น จะต้องบอกเลยว่าสาเหตุของโรคนิ้วล็อกจะยังไม่มีสาเหตุอย่างแน่ชัด แต่จะสัมพันธ์กับการใช้นิ้วมือในการทำงานบ่อย ๆ หรือออกแรงงอนิ้วซ้ำ ๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบที่บริเวณปลอกหุ้มเส้นเอ็น โรคนิ้วล็อกในระยะแรกจะมีอาการปวดหรือเจ็บที่บริเวณโคนนิ้วด้านฝ่ามือเท่านั้น แต่หากยังมีอาการอักเสบต่อเนื่อง ปลอกหุ้มเส้นเอ็นจะมีความหนามากขึ้นกว่าเดิม และทำให้ช่องทางการเคลื่อนตัวของเส้นเอ็นตีบแคบลง จึงทำให้เกิดอาการฝืด สะดุด หรือเกิดการล็อกตัวของนิ้วได้นั่นเอง
รักษาโรคนิ้วล็อกแบบไม่ผ่าตัด รักษาได้อย่างไรบ้าง
สำหรับการรักษาโรคนิ้วล็อกนั้น จะสามารถรักษาได้ทั้งการผ่าตัด และการไม่ผ่าตัดเลยทีเดียว แต่หากเราไม่ต้องการผ่าตัด จะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างนานกว่า เพื่อช่วยรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหายจากโรคนิ้วล็อกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
- ฉีดยาสเตียรอยด์: หากใครที่มีอาการนิ้วล็อกแบบรุนแรง แต่ไม่ต้องการผ่าตัด จำเป็นต้องฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่บริเวณปลอกหุ้มเอ็น หรือบริเวณโคนนิ้ว เพื่อเป็นตัวช่วยลดการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นนั่นเอง
- รับประทานยาต้านการอักเสบ: สำหรับการรับประทานยาต้านการอักเสบ จะไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งยาจะมีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็น
- งดทำกิจกรรมบางอย่าง: กิจกรรมที่ต้องใช้มือหรือนิ้วจะต้องหลีกเลี่ยงไปก่อน หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องกำมือ งอมือ หรือเหยียดนิ้วมือซ้ำ ๆ เพื่อช่วยลดอาการให้ได้มากที่สุด
โรคนิ้วล็อกถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรงเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเกิดขึ้นกับนิ้วมือของเราแล้ว จะส่งผลให้เราทำกิจกรรม หรือดำเนินชีวิตได้ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก ดังนั้นควรบริหารมืออยู่เป็นประจำ เพื่อลดอาการหรือป้องกันโรคนิ้วล็อกให้ได้มากที่สุด
Related Post
- August 13, 2025
- by Walter Dixon
- 0
- 8:26 am
ความแตกต่างในการบริหารโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย
ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน แม้ว่าโรงพยาบาลทั้งสองประเภทจะมีเป้าหมายพื้นฐานเดียวกันคือการดูแลรักษาผู้ป่วย แต่ด้วยความแตกต่างในด้านวัตถุประสงค์ขององค์กร แหล่งเงินทุน และกลุ่มผู้รับบริการ ทำให้มีรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะนำเสนอความแตกต่างในการบริหารโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านโครงสร้างองค์กร การบริหารงบประมาณ การบริหารทรัพยากรบุคคล คุณภาพการบริการ และการเข้าถึงบริการของประชาชน โครงสร้างองค์กรและการบริหารงาน โรงพยาบาลภาครัฐในประเทศไทยมีโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนและเป็นระบบราชการ…
- March 3, 2026
- by Walter Dixon
- 0
- 12:00 am
