Stiff, twisted neck; neck pain; shoulder pain.

คอบิดเกร็ง ปวดคอ ปวดไหล่ อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงได้มากกว่าที่คิด

อาการคอบิดเกร็ง หรือ Cervical Dystonia คือ การเคลื่อนไหวในบริเวณคอ หรือศีรษะที่ผิดปกติ และอาจจะมีอาการปวดคอ ปวดไหล่ หรือไม่สามารถแหงนศีรษะขึ้นลงได้ร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะถือเป็นการบิดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ทำให้ศีรษะเกิดการบิดและหันไปด้านใดด้านหนึ่ง จนไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะได้ ซึ่งในส่วนนี้จะส่งผลให้ตำแหน่งของศีรษะ คอ และไหล่อยู่ผิดตำแหน่งได้ และเกิดอาการเจ็บปวดได้ในที่สุดนั่นเอง

สาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการคอบิดเกร็ง

สำหรับอาการคอบิดเกร็งสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุเป็นอย่างมาก แต่หากในทางการแพทย์นั้น จะยังไม่ระบุสาเหตุที่แน่นอน แต่มักจะเกิดร่วมกับอาการผิดปกติเหล่านี้ ได้แก่

  • พันธุกรรม : สำหรับผู้ป่วยที่เกิดอาการคอบิดเกร็งส่วนใหญ่แล้ว ประวัติคนในครอบครัวมักจะเป็นโรคนี้มาก่อน
  • ความผิดปกติของระบบประสาท : อย่างเช่นผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสัน
  • ผลข้างเคียงจากยา : อาจจะเกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโดพามีน
  • โรคทางจิตเวช
  • อุบัติเหตุ : อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ คอ และหัวไหล่

การรักษาอาการคอบิดเกร็ง ควรรักษาอย่างไร

สำหรับใครที่มีอาการคอบิดเกร็งจะสามารถทำให้ทุเลาลง และสามารถหายเองได้ในที่สุด แต่เป้าหมายหลักของการรักษาอาการคอบิดเกร็ง คือ การปรับองศาของคอที่มีการบิดเกร็งให้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด รวมทั้งยังต้องรักษาอาการเจ็บปวดของคอ บ่า และหัวไหล่ด้วยเช่นกัน ซึ่งการรักษาอาการปวดนั้น แพทย์มักจะใช้ยารักษา ไม่ว่าจะเป็น ยาต้านกลุ่มโคลิเนอจิก ยานอนหลับกลุ่ม Clonazepam ยากันชักบางประเภท และการฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อบริเวณคอ เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวนั่นเอง

และนอกจากนี้ยังสามารถทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอาการคอบิดเกร็งได้อีกด้วย โดยการใช้มือสัมผัสด้านตรงข้ามของใบหน้า หรือคาง รวมทั้งการใช้มือสัมผัสไปที่ด้านหลังของต้นคอ และศีรษะ ร่วมกับการประคบร้อน การนวด และการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าร่วมด้วย เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ และหัวไหล่ ซึ่งวิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยบรรเทาอาการบิดเกร็งได้เป็นอย่างดี

อาการคอบิดเกร็งจะเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และมักจะพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และอาการคอบิดเกร็งจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นหากพบว่ามีอาการเครียดร่วมด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น การเกร็งของกล้ามเนื้อขยายไปยังอวัยวะส่วนใกล้เคียง ทั้งใบหน้า แขน และลำตัว แถมยังเกิดการตีบแคบของช่องว่างระหว่างกระดูกคอได้เช่นกัน

Related Post

การแพ้ยา
ความจริงเกี่ยวกับ “การแพ้ยา” ที่หลายคนเข้าใจผิด
อะไรคือการแพ้ยาและไม่ใช่แค่ผลข้างเคียงธรรมดา การแพ้ยาเป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองต่อโมเลกุลของยาว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและเป็นอันตราย การตอบสนองนี้อาจเกิดเป็นผื่น ลมพิษ บวมของใบหน้า หรือแม้กระทั่งอาการหายใจลำบาก ซึ่งต่างจากผลข้างเคียงทั่วไปที่ส่วนใหญ่เกิดจากฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยาเอง การแยกระหว่างอาการแพ้ยาและผลข้างเคียงจึงสำคัญต่อการวางแผนการรักษาเพราะการหลีกเลี่ยงยาเดิมอาจจำเป็นสำหรับผู้ที่แพ้จริงๆ ในขณะที่การเปลี่ยนขนาดหรือการปรับเวลาใช้ยาอาจเพียงพอสำหรับผลข้างเคียงทั่วไป การวินิจฉัยที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงจากการเลี่ยงยาที่มีประโยชน์โดยไม่จำเป็น ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแพ้ยา หลายคนเชื่อว่าถ้าเคยมีผื่นเมื่อรับประทานยาแล้วจะต้องแพ้ยาตลอดชีวิต แต่นี่ไม่เสมอไป เพราะบางปฏิกิริยาของร่างกายเป็นชั่วคราวหรือเกิดจากปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น…
เจาะอนาคตโรงพยาบาลอัจฉริยะ เมื่อเทคโนโลยีทำให้การรักษาแม่นยำและเข้าถึงง่ายขึ้น
เจาะอนาคตโรงพยาบาลอัจฉริยะ เมื่อเทคโนโลยีทำให้การรักษาแม่นยำและเข้าถึงง่ายขึ้น
โรงพยาบาลอัจฉริยะ: เทคโนโลยีที่ยกระดับความแม่นยำและการเข้าถึงการรักษา โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) เป็นแนวคิดที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเข้ามาปรับปรุงระบบการดูแลสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัย การรักษา หรือการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ที่ชาญฉลาดและรวดเร็วขึ้น เทคโนโลยีที่สำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT),…
วิธีป้องกันโรคเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว
วิธีป้องกันโรคเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว
การป้องกันโรคเบื้องต้นเพื่อสุขภาพที่ดีและยั่งยืน การป้องกันโรคเบื้องต้น คือชุดแนวทางและวิธีปฏิบัติที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยรวมวิธีเหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายแรง จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า โรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง…