Parkinson's disease

มีอาการสั่นตลอดเวลาไม่ควรมองข้าม “โรคพาร์กินสัน” มีความอันตรายหรือไม่?

ทุกคนรู้จักกับ “โรคพาร์กินสัน” หรือไม่? ซึ่งโรคพาร์กินสันจะมีอาการมือสั่น ขาสั่น เคลื่อนไหวช้า ไม่แสดงสีหน้า หรือพูดเสียงเบามาก ๆ ซึ่งจะเป็นอาการที่หลาย ๆ คนไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นักหากเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เพราะหลายคนจะเข้าใจว่าเป็นอาการทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุเป็นปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ของโรคพาร์กินสัน ที่หากปล่อยเอาไว้ และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรืออาจจะมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

รู้จักกับโรคพาร์กินสัน มีอาการอย่างไรบ้าง?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะยังไม่รู้จักกับโรคพาร์กินสันอย่างแน่นอน ซึ่งโรคพาร์กินสันจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในส่วนที่มีการผลิตสารโดพามีน เพราะจะเป็นสารที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว และทำให้การทรงตัวเป็นไปได้อย่างปกติ 

แต่เมื่อไหร่ที่ระบบประสาทและสมองเกิดความเสื่อม จะส่งผลให้การผลิตสารโดพามีนลดน้อยลงไปด้วย จนก่อให้เกิดความผิดปกติทางด้านการเคลื่อนไหว อย่างเช่น มีอาการมือสั่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง หรืออาจจะทรงตัวได้ลำบากมากกว่าเดิม

อาการของโรคพาร์กินสัน ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

โดยปกติแล้วโรคพาร์กินสันมักจะไม่ค่อยแสดงอาการแบบเฉียบพลันเท่าไหร่นัก ไม่เหมือนกับโรคทางสมองโรคอื่น ๆ ที่จะแสดงออกมาให้เห็นในทันที และอาการที่จะแสดงออกมามากหรือน้อยจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับบุคคลนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคพาร์กินสัน มักจะมีอาการมือสั่น ขาสั่นขณะนั่งอยู่เฉย ๆ 

แต่เมื่อไหร่ที่มีคนทักจะหยุดสั่น เคลื่อนไหวร่างกายได้ช้าลง หรือเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ และโดยส่วนใหญ่แล้วโรคพาร์กินสันมักจะเกิดขึ้นจากข้างใดข้างหนึ่งก่อน จะไม่เกิดอาการพร้อมกันทั้งสองข้าม อีกทั้งยังมีอาการเดินช้า ก้าวสั้น เดินโน้มตัวไปข้างหน้าแบบอัตโนมัติ ไม่แกว่งแขน ล้มง่าย ใบหน้าไม่แสดงอาการใด ๆ ทั้งสิ้น พูดเสียงเบา พูดเร็วรัว ทำให้ฟังได้ลำบาก

ต้องบอกเลยว่าโรคพาร์กินสันจะเป็นโรคที่ร้ายแรงถ้าหากเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจจะทำให้พิการได้เลยทีเดียว ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องสังเกตอาการผิดปกติของผู้สูงอายุเอาไว้ให้ดี เพราะในบางครั้งอาจจะมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อตรวจหา หรือวินิจฉัยอาการ เพื่อให้ทุกคนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันความอันตรายจากโรคพาร์กินสันได้ไม่ยาก

Related Post

จากห้องตรวจสู่แอปสุขภาพ โลกการแพทย์กำลังเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ป่วยอย่างไร
จากห้องตรวจสู่แอปสุขภาพ โลกการแพทย์กำลังเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ป่วยอย่างไร
จากห้องตรวจสู่แอปสุขภาพ: การเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้ป่วยในโลกการแพทย์ยุคดิจิทัล ในยุคที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในวงการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดูแลผู้ป่วยจากเดิมที่จำกัดอยู่เพียง "ห้องตรวจ" ได้ขยายไปสู่ "แอปสุขภาพ" บนมือถือ ซึ่งมีกระบวนการทำงานที่รวดเร็วและเข้าถึงง่ายขึ้น แอปพลิเคชันเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดตามสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและดูแลรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยลดภาระการเดินทางและเวลารอคอยที่โรงพยาบาล บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงบทบาทของแอปสุขภาพในฐานะตัวแทนการเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ป่วย ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา…
Mood swings in women before menstruation.
อารมณ์แปรปรวนของสาว ๆ ก่อนมีประจำเดือน ทำอย่างไรให้หมดไป?
อารมณ์แปรปรวน หรืออารมณ์เหวี่ยงวีนของสาว ๆ ก่อนมีประจำเดือน เชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยเป็นกันอย่างแน่นอน ซึ่งอารมณ์เหล่านี้นอกจากจะก่อความรำคาญใจให้แก่ตัวเองแล้ว ยังส่งผลกระทบถึงบุคคลรอบข้างอีกด้วย โดยอารมณ์เหล่านี้ในทางการแพทย์จะเรียกว่ากลุ่มอาการ PMS หรือ Premenstrual Syndrome ที่เราสามารถรักษาให้หายได้ แต่จะต้องรักษาหรือป้องกันอย่างไรบ้างนั้น มาดูกันเลย…
แพทย์ประจำตัว
แพทย์ประจำตัวสำคัญอย่างไรต่อสุขภาพระยะยาว
ทำไมการมีแพทย์ประจำตัวจึงสำคัญ การมีแพทย์ประจำตัวช่วยสร้างความต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรคและการจัดการโรคเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ. เมื่อแพทย์รู้ประวัติการรักษา ยาที่เคยใช้ และปัจจัยเสี่ยงส่วนตัว การวินิจฉัยจะแม่นยำขึ้นและลดการตรวจซ้ำที่ไม่จำเป็น. ความสัมพันธ์ระยะยาวช่วยให้แพทย์มองเห็นแนวโน้มสุขภาพที่เปลี่ยนไปและเข้ามาแทรกแซงก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน. นอกจากนี้ แพทย์ประจำตัวยังเป็นศูนย์กลางในการประสานการดูแล เมื่อจำเป็นต้องส่งต่อไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือจัดการการรักษาข้ามสาขา. การมี PCP ที่ไว้ใจได้จึงเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตจริง หน้าที่หลักของแพทย์ประจำตัว…